(Photo by : Johan Swanepoel/Shutterstock)

มีการค้นพบเมื่อเร็วๆ นี้ ว่าจะมีขยะจากอวกาศตกลงมาบนพื้นโลก ห่างจากตอนใต้ของชายฝั่งศรีลังกาไปประมาณ 100 กิโลเมตร ในวันศุกร์ที่ 13 เดือนพฤศจิกายน เวลา 12 : 00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ถึงแบบนั้นก็ยังไม่อาจยืนยันได้ชัดเจนเกี่ยวกับวิถีโคจรที่แน่นอนและผลกระทบที่จะตามมาได้

เรื่องนี้ถูกสังเกตครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 2013 โดยโปรแกรม “Catalina Sky Survey” ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อสำรวจวัตถุอวกาศที่อยู่ใกล้โลก อย่างเช่นดาวเคราะห์น้อยหรือดาวหาง โดยวัตถุดังกล่าวถูกตั้งชื่อว่า “WT1190F” เส้นผ่านสูตรกลางขนาดไม่กี่เมตร มีมวลน้อยกว่าน้ำประมาณสิบเท่า สันนิษฐานว่าไม่ใช่วัตถุที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ แต่อาจเป็นถังเชื้อเพลิงของจรวด

การโคจรในอวกาศของมันได้รับอิทธิพลจากรังสีของดวงอาทิตย์ เช่นเดียวกับเรือใบได้รับอิทธิพลจากลม ความห่างของมันกับโลกในตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 36,000 – 600,000 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้มีขนาดที่ใหญ่มากนัก นักวิทยาศาสตร์จึงคาดคะเนว่ามันอาจจะถูกเผาไหม้จากชั้นบรรยากาศของโลกจนหมดก่อนจะตกลงมายังพื้นดินก็ได้ และนั่นอาจจะทำให้เกิดประกายแสงสว่างจ้าในเวลาเที่ยงวันอยู่ชั่วขณะหนึ่งเพียงเท่านั้น

นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์ประสานงานวัตถุอวกาศที่อยู่ใกล้โลก (NEOCC) เชื่อว่าเหตุการณ์นี้เป็นการพิสูจน์ที่ดีของการประสานงานระหว่างนักวิทยาศาสตร์ และเป็นการทดสอบความพร้อมกับสำหรับเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจเป็นไปได้เกี่ยวกับการโคจรของดาวเทียมที่หมดอายุการใช้งาน หรือวัตถุที่จะเข้ามากระทบชั้นบรรยากาศในอนาคต

อ้างอิง :

www.iflscience.com/space/space-junk-will-hit-indian-ocean-november