ยึดให้มั่น ดาวอังคาร เรากำลังจะส่งหุ่นยนต์สำรวจไปหาเจ้าอีกแล้ว

องค์กรตัวแทนอวกาศยุโรป European Space Agency’s (ESA) ภารกิจ ExoMars - เป็นการร่วมงานกันระหว่างชาติยุโรปหลายประเทศและรวมถึงสหพันธ์รัสเซียด้วย - เราจะได้เห็นยานสำรวจลงจอดที่พื้นดาวอังคารในปี 2018 ณ เวลาใดเวลาหนึ่งหลังจากเดินทางเป็นเวลา 9 เดือน โดยวัตถุประสงค์ก็เพื่อค้นหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กทุกชนิด โดยมีการวิเคราะห์ตัวอย่างทางธรณีวิทยาของดาวอังคารด้วยเครื่องมือล้ำยุค มีการถกเถียงกันอย่างดุเดือดถึงสถานที่ลงจอดและเจ้าหุ่นเล็กทรงนวัตกรรมนี้ ในกลุ่มทำงานเลือกที่ลงจอดภารกิจ ExoMars (ExoMars Landing Site Selection Working Group) และสัปดาห์นี้กลุ่มจะประกาศถึงสถานที่ที่ถูกคัดเลือกว่าเป็นหมายที่ดี คือบริเวณแถบใต้เส้นศูนย์สูตรที่เรียกว่า Oxia Planum ตามการรายงานของ BBC News

พื้นที่เป้าหมายนั้นเต็มไปด้วยผลึกแร่ไฮเดรตซึ่งมีปฏิกิริยากับน้ำในภาวะของเหลวมาอย่างยาวนานเท่านั้นถึงเกิดขึ้นได้ แม้ว่าเรื่องนี้ยังต้องผ่านผู้ใหญ่สูงสุดของ ESA ก่อน แต่กลุ่มทำงาน LSSWG ก็ยืนยันว่า Oxia Planum น่าจะเป็นตัวเลือกระดับต้นๆ

สองพื้นที่รองลงมา คือ Aram Dorsum และ Mawrth Vallis ซึ่งมีลักษณะทางกายภาพคล้ายๆ กันกับ Oxia Planum แต่เป็นที่ตั้งของทางไหลของน้ำเก่าแก่ขนาดยักษ์และเป็นที่สะสมของโคลนหนาขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ สองพื้นที่นี้จะถูกพิจารณาก็ต่อเมื่อโครงการเกิดมีปัญหาเลื่อนหรือมีการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น เช่น ไม่สามารถปล่อยยานก่อนต้นปี 2018 ได้ ถ้ายานสำรวจถูกส่งไปถึงดาวอังคารในปี 2020 สองพื้นที่นี้จะง่ายกว่าในการเข้าถึง มากกว่า Oxia Planum ซึ่งจะต้องใช้เวลาไปถึงปี 2021

Dr. Peter Grindrod ผู้เชี่ยวชาญด้านดาวอังคาร องค์กรอวกาศสหราชอาณาจักร และมหาวิทยาลัย Birkbeck ในลอนดอน เห็นด้วยในทางบวกอย่างที่สุดเกี่ยวกับตัวเลือกสุดท้ายของสถานที่ลงจอดว่า “แม้ว่าพวกเขาจะเสนออะไรที่ต่างกันนิดหน่อย แต่ก็มีแก่นหลักคือ การที่สามารถเข้าถึงกลุ่มหินเก่าแก่ที่มีหลักฐานของน้ำ ซึ่งเป็นสภาวะแวดล้อมที่สามารถอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตได้”

พื้นที่ที่ต้องการลงจอดบนดาวอังคาร สีแดงบอกถึงระดับความสูงที่สูง ส่วนสีเขียวและสีฟ้าแสดงถึงระดับความสูงที่ต่ำลงมา/Image credit: NASA

ยานสำรวจนี้มีส่วนอุปกรณ์ในการช่วยค้นหาที่สำคัญคือ หัวสว่านขุดเจาะของมัน ซึ่งสามารถขุดลึกได้ถึง 2 เมตร (6.6ฟุต) ซึ่งตามรายงานว่า ทางน้ำไหลในดาวอังคารถูกยืนยันว่า ยังมีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งที่พื้นผิวและใต้ดิน ซึ่งสร้างความหวังเรื่องการค้นพบรูปแบบสิ่งมีชีวิตเบื้องต้นอยู่ที่แหล่งพื้นที่ที่อุดมไปด้วยน้ำเหล่านี้ตามที่กล่าวมา

อย่างไรก็ตาม ชั้นบรรยากาศของดาวอังคารนั้นเบาบางกว่าของโลกมาก และดาวอังคารก็ไม่มีสนามแม่เหล็กเหมือนกับของเรา ซึ่งแปลว่า รังสีดวงอาทิตย์ทรงพลังก็สามารถเข้ามาทำลายผิวดาวอังคารซึ่งเป็นไปได้อย่างมากว่าจะทำลายสิ่งมีชีวิตเล็กๆ บนพื้นผิวไปด้วย แต่ด้วยการขุดลึกลงไปใต้พื้นผิว หวังว่ายานสำรวจ ExoMars จะเจอร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่หลบพ้นจากรังสีอันตรายนี้บ้าง “มันจะเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าถึงแหล่งที่ลึกลงไป ซึ่งมันน่าตื่นเต้นด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว แต่เราก็ควรที่จะศึกษาภาพกว้างของการวิวัฒนาการของดาวอังคาร โดยเข้าใจธรณีวิทยาของพื้นที่ลงจอดดังกล่าวให้มากๆ” Dr Grindrod กล่าว และเสริมว่า “หวังว่าภาพที่ออกมาจะน่าตื่นตาตื่นใจสุดๆด้วย!”

ภารกิจโดย ESA ภารกิจนี้จะสร้างความฉงน สปีริต และโอกาส ให้กับ NASA ว่า ได้มียานสำรวจใหม่ออกแบบโดยยุโรป ซึ่งอาจจะยาวไปหน่อย แต่ในอนาคตได้ไปถึงที่ Gale Crater ส่วนหนึ่งของดาวอังคารที่ที่อยู่อีกด้านหนึ่งของ Oxia Planum แล้วได้มีการ tweet บอกต่ออกไปมากมายถึงวันแห่งชัยชนะนี้แล้ว

แม้ว่าภารกิจ ExoMars จะดูเรื่องการค้นหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิตที่อยู่กับน้ำ แต่มันก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ไปยังแหล่งที่เรียกกันว่าเป็น “พื้นที่พิเศษ” ที่มีการสังสัยว่าเป็นแหล่งของน้ำที่ปนเปื้อนไปด้วยจุลชีพที่กำเนิดบนโลก ตามสัญญาว่าด้วยอวกาศ ปี 1967 Outer Space Treaty of 1967

อ้างอิง: [www.iflscience.com/space/exomars-rover-hopes-search-martian-life-oxi-planum-2018]